Armageddon (1998) หนังแนวหายนะโลกแบบบล็อกบัสเตอร์ที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของความหวัง ความกล้าหาญ ความเสียสละ เพื่อรักษาโลกและมวลมนุษยชาติเอาไว้จากหายนะครั้งประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากความอลหม่านทั่วโลก เมื่อมีอุกกาบาตหลายลูกพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศมาทำลายหลายเมืองแบบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เมืองใหญ่หลายแห่งถูกถล่มจนแทบไม่เหลือสภาพ ความโกลาหลเกิดขึ้นทุกมุมโลก ผู้คนล้มตายจำนวนมาก ความหวาดกลัวปกคลุมแทบทุกประเทศ และในวินาทีนั้นเอง โลกก็ได้รู้ความจริงที่น่ากลัวกว่าอุกกาบาตลูกเล็ก ๆ เหล่านั้นหลายเท่า เพราะการชนครั้งนี้เป็นเพียง “การเปิดฉาก” ของมหันตภัยจริงที่กำลังจะตามมาอย่างรวดเร็วในเวลาอีกเพียง 18 วันเท่านั้น
นักวิทยาศาสตร์ของนาซาค้นพบว่าเบื้องหลังปรากฏการณ์อุกกาบาตถล่มโลก เกิดจากอุกกาบาตยักษ์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 1,000 กิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เทียบเท่ารัฐหนึ่งของสหรัฐกำลังพุ่งตรงมาที่โลกด้วยความเร็วสูง หากมันพุ่งชนโลกจริง ทุกสิ่งมีชีวิตจะถูกทำลายล้างจนหมดสิ้นทันที ก่อให้เกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ ฝุ่นควันมืดมิดปิดกั้นแสงอาทิตย์ และการสูญพันธุ์ครั้งใหม่จะเกิดขึ้นแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับไดโนเสาร์เมื่อหลายสิบล้านปีก่อน มวลมนุษยชาติทุกคนต้องเผชิญความจริงว่าโลกกำลังจะจบสิ้นลงในเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์ นาซาเร่งประชุมฉุกเฉิน นักวิทยาศาสตร์ นายทหาร ผู้เชี่ยวชาญทุกแขนงร่วมโต๊ะคิดวิธีปกป้องโลกจากวัตถุยักษ์ที่กำลังจะทำให้ทุกอย่างดับสูญ เหลือเวลาเพียง 18 วัน ไม่มีเวลาให้เสียแม้แต่นาทีเดียว ทางเลือกที่เสนอมามากมายซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนเส้นทางดาวหางด้วยเลเซอร์ หรือการยิงขีปนาวุธพลังงานสูงจากพื้นโลก แต่ทุกอย่างไร้ผล เพราะวัตถุที่กำลังพุ่งเข้ามามีขนาดใหญ่เกินกว่าที่วิธีธรรมดาใดจะหยุดได้ ทางเดียวคือการ “เจาะเข้าไปที่แกนกลางแล้ววางระเบิดนิวเคลียร์” เพื่อให้แรงระเบิดแยกดาวหางออกเป็นสองส่วนและให้แต่ละส่วนเคลื่อนออกจากเส้นทางพุ่งชนโลก ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นแผนที่ดีที่สุด แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายระดับที่มนุษย์แทบไม่มีโอกาสรอด
ปัญหาสำคัญคือ ไม่มีใครบนโลกเคยฝึกไว้เพื่อรับมือเหตุการณ์เช่นนี้ และยิ่งไปกว่านั้น การขุดเจาะบนวัตถุอวกาศที่หมุนอยู่ในสุญญากาศนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญอวกาศทั่วไปทำไม่ได้ จึงต้องหา “คนที่ทำได้ดีที่สุด” และคนกลุ่มนั้นก็คือทีมช่างเจาะน้ำมันระดับโลก นำโดย แฮร์รี่ สแตมเพอร์ ชายผู้มีประสบการณ์สูงที่สุดและเก่งที่สุดในวงการขุดเจาะ เป็นคนดุเดือด ใจสู้ และทุ่มเทกับงานมาตลอดชีวิต นาซาจึงติดต่อเขาอย่างเร่งด่วนเพื่ออธิบายสถานการณ์ของโลกที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย และร้องขอให้เขานำทีมช่างเจาะขึ้นไปทำสิ่งที่มนุษย์ไม่เคยทำมาก่อนในประวัติศาสตร์ แฮร์รี่เองเป็นคนแข็งกระด้างแต่ซื่อสัตย์ เขาอาจเป็นหัวหน้าที่เข้มงวดแต่ทีมของเขารักและศรัทธาในตัวเขาทุกคน พวกเขามีบุคลิกหลากหลาย ทั้งคนขี้เล่น คนเจ้าปัญหา คนอารมณ์ดี คนบ้าพลัง และคนที่ถึงจะดูขาดระเบียบแต่ฝีมือหาใครเทียบได้ยาก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ทีมดูเหมือน “ครอบครัวใหญ่” ที่รักกันและพร้อมจะลุยทุกสถานการณ์
เมื่อรู้ว่าภารกิจนี้หมายถึงความเป็นความตายของโลก และทุกชีวิต รวมถึงชีวิตของลูกสาวอย่างเกรซ แฮร์รี่ จึงตัดสินใจตอบตกลง เขาพร้อมใส่ชีวิตทั้งหมดของตนลงไปในภารกิจนี้อย่างไม่ลังเล ทีมช่างเจาะของเขาก็ยอมเสี่ยงด้วยเช่นกัน แม้บางคนจะรู้ว่าพวกเขาอาจไม่ได้กลับบ้านอีก แต่ความกล้าหาญและความรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำสิ่งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ผลักดันให้ทุกคนก้าวขึ้นไปสู่บทบาทที่ยิ่งใหญ่เกินตัว พวกเขาเอง ก่อนขึ้นเดินทาง ทีมช่างเจาะต้องผ่านการฝึกอย่างเร่งด่วน นาซาต้องสอนพวกเขาเรื่องการทำงานในอวกาศ การใช้ชุดอวกาศ การเคลื่อนที่แบบไร้น้ำหนัก วิธีขุดในสภาพแรงโน้มถ่วงต่ำ รวมไปถึงความรู้ด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ต้องทำให้เสร็จในเวลาไม่กี่วัน ซึ่งปกติใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี การฝึกจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ตลกบ้าง เครียดบ้าง แต่สุดท้ายทีมก็เริ่มจับจังหวะได้ พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่ทำอยู่คือภารกิจเพื่อโลก ไม่ใช่เพียงงานธรรมดาอีกต่อไป
เมื่อทุกอย่างพร้อม ยาน Freedom และ Independence ก็ถูกเตรียมขึ้นสู่อวกาศ ทั้งสองลำจะเดินทางไปพร้อมกันเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ หากลำหนึ่งพลาด อีกลำจะยังคงทำภารกิจต่อได้ ทุกคนรู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนจะได้กลับมา แต่ก็ไม่มีใครถอย ทีมทั้งสองต่างมีความกล้าหาญ และด้วยความรักต่อโลกและคนที่พวกเขาห่วงใย การเดินทางจึงเริ่มขึ้นอย่างเงียบงันแต่ยิ่งใหญ่ ระหว่างทางสู่อวกาศ ยานทั้งสองลำต้องเผชิญเหตุการณ์อันตราย ทั้งสภาพไร้น้ำหนัก ภัยที่เกิดจากรังสีอวกาศ ไปจนถึงการหลบเศษหินอวกาศ ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจทำให้ยานถูกทำลายได้ทันที แต่ทุกคนยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพียงหวังว่าจะถึงจุดหมายทันเวลา และมีโอกาสปกป้องโลกเอาไว้
ทว่าเมื่อเดินทางเข้าใกล้ดาวหางยักษ์ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นจนได้ เศษอุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชนยาน Independence โดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ยานเสียหายรุนแรงและพุ่งตกกระแทกผิวดาวหางจนยับเยิน ลูกเรือจำนวนมากเสียชีวิตทันที บางคนกระเด็นออกสู่อวกาศและไม่สามารถช่วยเหลือได้ ส่วนกลุ่มที่เหลือเพียงไม่กี่คนต้องพยายามประคองตนเองให้อยู่รอด แม้ไม่รู้ว่าอีกลำจะมาช่วยทันหรือไม่ ภารกิจที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำร่วมกันจึงต้องเหลือเพียงทีมของแฮร์รี่บนยาน Freedom ที่ยังทำงานได้อยู่ ยาน Freedom ลงจอดบนดาวหางด้วยความยากลำบาก ผิวดาวหางเต็มไปด้วยหลุมลึก ก้อนหินแหลมคม และพายุฝุ่นที่พัดด้วยแรงอันมหาศาลทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ เสียหายง่าย เครื่องเจาะขนาดยักษ์ที่เตรียมมาเกิดปัญหาอย่างต่อเนื่อง ลมแรง ความดันผิดปกติ และสภาพพื้นผิวที่ไม่เสถียรทำให้การเจาะแทบเป็นไปไม่ได้ ทุกวินาทีเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่พวกเขาก็ยังคงทำต่อไป เพราะทุกวินาทีที่เสียไปคือเวลาแห่งความตายของโลกที่นับถอยหลังเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
ระหว่างนั้นเอง ทีมที่รอดชีวิตจาก Independence ก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาสามารถเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ยานตกได้อย่างปาฏิหาริย์ และเดินเท้าในสภาพอวกาศอันโหดร้ายเพื่อมาสมทบกับทีมของแฮร์รี่ ทำให้ภารกิจยังคงมีความหวัง แม้จะมีความสูญเสียเกิดขึ้นแล้วก็ตาม เมื่อทีมกลับมารวมกันอีกครั้ง ความรู้สึกดีใจและโล่งใจก็เกิดขึ้น แม้เวลานี้ทุกอย่างยังคงอันตราย แต่จำนวนกำลังคนที่เพิ่มขึ้นทำให้พวกเขามีกำลังใจมากขึ้น และรู้ว่าภารกิจอาจสำเร็จได้จริง การขุดเจาะดำเนินต่อไปอย่างยากลำบาก พื้นผิวดาวหางแข็งอย่างคาดไม่ถึง เครื่องเจาะพังเสียหาย ต้องใช้ความสามารถเฉพาะทางของทีมช่างเจาะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระหว่างทำงาน พายุฝุ่นและแรงดันมหาศาลพัดจนทำให้คนในทีมต้องล้มบาดเจ็บ บางคนต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเพื่อน บางช่วงทีมต้องทำงานแทบจะในสภาพมืดมิดไร้การมองเห็น แต่พวกเขายังไม่ยอมแพ้ เพราะรู้ว่าโลกทั้งใบอยู่ในมือของพวกเขา
ในเวลาเดียวกันที่โลก ความหวาดกลัวกำลังเกิดขึ้นในทุกประเทศ ผู้คนรีบอพยพหนีตาย บางคนร้องไห้ บางคนอธิษฐาน บางคนกอดคนที่รักแน่นราวกับจะเป็นครั้งสุดท้าย สื่อทั่วโลกถ่ายทอดภาพอุกกาบาตลูกยักษ์ที่กำลังจะพุ่งเข้ามา ทุกประเทศหยุดสงครามทางการเมืองทั้งหมด ทุกความขัดแย้งหยุดลงชั่วคราว เพราะทุกคนต่างรู้ว่าหากภารกิจนี้ล้มเหลว โลกจะสิ้นสุดลงพร้อมกัน ไม่มีผู้แพ้ ไม่มีผู้ชนะ มีแต่ความว่างเปล่าที่จะกลืนกินทุกสิ่ง เมื่อการขุดถึงระดับที่กำหนดได้สำเร็จ นาซาก็ติดต่อให้ทีมวางหัวระเบิดนิวเคลียร์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง แต่แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อแรงสั่นสะเทือนของดาวหางทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหัวระเบิดผิดปกติ และวิธีจุดชนวนอัตโนมัติไม่สามารถทำงานได้ หัวระเบิดต้องมี “คนหนึ่งคน” อยู่ข้างในเพื่อกดปุ่มจุดระเบิดแบบแมนนวล ซึ่งหมายความว่าคน ๆ นั้นต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอน ไม่มีโอกาสกลับโลกอีกต่อไป
เดิมทีผู้ถูกเลือกคือ เอ.เจ. หนุ่มในทีมที่รักลูกสาวของแฮร์รี่ แต่แฮร์รี่รู้ว่าคนที่ควรทำหน้าที่นี้คือเขาเอง เพราะโลกและลูกสาวของเขาสมควรได้มีอนาคต เขาจึงบังคับให้เอ.เจ.กลับขึ้นยาน และตัดสินใจอยู่เพื่อจุดชนวนระเบิดด้วยตนเอง แฮร์รี่รู้ดีว่านี่คือสิ่งที่พ่อควรทำเพื่ออนาคตของลูกสาว และเพื่ออนาคตของมนุษยชาติทั้งหมด ขณะที่ยาน Freedom ทยานออกจากพื้นผิวดาวหางอย่างหวุดหวิด แฮร์รี่ยังคงอยู่เบื้องหลัง เขาติดต่อกลับไปยังโลกเป็นครั้งสุดท้าย ส่งข้อความถึงลูกสาวให้เธอภูมิใจในตัวเขา และบอกว่าเขาทำทุกอย่างด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนจะกดปุ่มจุดชนวนระเบิดในวินาทีสุดท้าย แรงระเบิดมหาศาลทำให้ดาวหางแยกออกเป็นสองส่วนเหมือนที่คำนวณไว้ และส่วนทั้งสองก็พุ่งผ่านโลกไปโดยไม่ทำลายอะไร ทุกคนบนโลกโห่ร้องด้วยความดีใจ น้ำตาไหลอย่างปลดปล่อย ความหวาดกลัวที่กดทับมานาน 18 วันได้สลายไปในพริบตา
รูปแบบสไตล์หนังเรื่อง Armageddon (1998)
สไตล์หนังเรื่อง Armageddon (1998) ความอลังการระดับบล็อกบัสเตอร์ เน้นฉากแอ็กชันขนาดใหญ่ การระเบิดยิ่งใหญ่ แสงไฟระยิบระยับ และภาพสโลว์โมชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ โทนภาพอบอุ่น ทองแดง ผสมแสงอาทิตย์ส่องหลังตัวละคร ทำให้เห็นอารมณ์ดราม่าชัดเจน สไตล์กึ่งล้อเลียนแบบจริงจัง มีฉากตลกสอดแทรกเพื่อคลายเครียด แม้ในช่วงวิกฤตที่สุด กลายเป็นหนังหายนะโลกที่เข้าถึงคนดูทุกวัย และเป็นหนึ่งในหนังไซไฟแอ็กชันที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในยุค 90
สรุปรีวิวหนัง Armageddon (1998)
Armageddon (1998) เรื่องราวของการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่เพื่อปกป้องโลกจากอุกกาบาตยักษ์ที่จะทำลายมนุษยชาติในเวลา 18 วัน นาซาต้องพึ่งทีมช่างเจาะน้ำมันของแฮร์รี่ สแตมเพอร์ เพื่อไปฝังหัวระเบิดนิวเคลียร์ในแกนกลางดาวหาง การเดินทางเต็มไปด้วยอันตราย ความสูญเสีย และการต่อสู้กับเวลาที่เหลือน้อยลงทุกที ท้ายที่สุดแฮร์รี่ยอมเสียสละตนเองเพื่อจุดชนวนระเบิด ทำให้ดาวหางแตกออกและโลกปลอดภัย ภาพยนตร์เล่าเรื่องด้วยสไตล์ Michael Bay ที่ยิ่งใหญ่ อลังการ เต็มไปด้วยดราม่า ความรัก ความหวัง และการเสียสละของวีรบุรุษผู้กล้าหาญ





