Geostorm (2017) เมฆาถล่มโลก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Dutch Boy คือ เจค ลอว์สัน (Jake Lawson) นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรอัจฉริยะ ผู้ทั้งเก่งกาจ ดื้อรั้น และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าต่อการปกป้องมนุษยชาติด้วยเทคโนโลยีของเขา เจคเชื่อว่าระบบนี้คือวิธีเดียวที่จะยับยั้งภัยพิบัติที่คอยคุกคามโลก แต่นิสัยที่ตรงเกินไป ทำงานตามสัญชาตญาณ และมักขัดใจผู้ใหญ่ทำให้เขามีปัญหากับบรรดานักการเมือง จนสุดท้ายเขาถูกถอดออกจากโครงการและถูกแทนที่โดย แม็กซ์ ลอว์สัน (Max Lawson) น้องชายของเขาเอง ซึ่งทำงานภายในรัฐบาลสหรัฐฯ และมีนิสัยตรงกันข้ามกับพี่ชายทุกอย่าง ระมัดระวัง เดินเกมการเมืองเก่ง และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเงียบเพื่อให้ระบบเดินต่อไปได้
แม้จะมีความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทั้งสองก็ยังหวังดีต่อกันเสมอ แต่บาดแผลระหว่างพวกเขายังลึกเกินกว่าจะพูดออกมาได้ง่าย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อระบบ Dutch Boy ที่น่าจะเป็นป้อมปราการสุดท้ายของมนุษยชาติเริ่มทำงานผิดพลาด โดยดาวเทียมที่ควบคุมสภาพอากาศบางดวงเกิดแสดงพฤติกรรมประหลาด ทำให้พื้นที่ที่ควรจะสงบกลับถูกโจมตีด้วยสภาพอากาศสุดขั้วแบบไม่คาดฝันเริ่มจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ในอัฟกานิสถานที่ถูกแช่แข็งภายในเวลาไม่กี่นาที ทั้งเมืองกลายเป็นน้ำแข็งราวกับโดนหยุดเวลาไว้กลางอากาศ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้รัฐบาลสหรัฐฯ และประชาคมโลกอย่างหนัก เพราะไม่มีใครสามารถระบุได้ว่านี่เป็นอุบัติเหตุของระบบดาวเทียม หรือเกิดจากการถูกแฮกจากบุคคลปริศนา จนคนในสหประชาชาติเริ่มสงสัยว่าระบบอาจถูกบุกรุกโดยผู้ไม่หวังดีที่ต้องการใช้มันเป็นอาวุธ
เพื่อหาความจริงและหยุดยั้งหายนะล่วงหน้า แม็กซ์จึงจำเป็นต้องทำในสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะต้องทำอีก เรียกตัวเจคกลับมาเป็นผู้นำภารกิจสอบสวนบนสถานีอวกาศ Dutch Boy เพราะไม่มีใครรู้ระบบนี้ดีเท่าเขาอีกแล้ว แม้เจคจะไม่อยากกลับไปยุ่งกับการเมืองหรือประเด็นที่เขารู้ว่าต้องเจอ แต่เขาก็รับภารกิจเพราะตระหนักว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก นี่คือเดิมพันของทั้งโลก และถ้าเขาไม่ทำ ไม่มีใครทำได้ดีกว่าเขาอีกแล้ว เจคเดินทางสู่สถานีอวกาศ พร้อมลูกเรือชุดใหม่ที่หลายคนไม่ได้สนิทหรือเคยทำงานร่วมกันมาก่อน เจคต้องเรียนรู้ที่จะไว้ใจพวกเขา แม้ในใจจะยังไม่แน่ใจว่าความผิดพลาดของระบบมาจากความบกพร่องทางเทคนิค หรือมีใครบางคนกำลังใช้ Dutch Boy เป็นอาวุธทำลายล้างโลก เขาเริ่มทำการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของดาวเทียม และพบสิ่งผิดปกติหลายอย่าง ตั้งแต่ข้อมูลที่ถูกลบ การตั้งค่าที่ถูกเปลี่ยนโดยไม่มีผู้อนุญาต ไปจนถึงสัญญาณคล้ายกับโดนแฮกจากภายในสถานีเอง สิ่งนี้ทำให้เจคเริ่มรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงอาจอยู่ไม่ไกลจากเขา แต่เป็นใครบางคนที่แฝงตัวอยู่ในหมู่ลูกเรือ
ในเวลาเดียวกัน ภาคพื้นโลกเริ่มเจอกับภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ไฟป่าขนาดยักษ์ในเวเนซุเอลา พายุลูกเห็บขนาดมหึมาในโตเกียว ไปจนถึงกำแพงน้ำขนาดมหึมาที่โหมกระหน่ำถล่มดูไบ ความโกลาหลที่เกิดขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “Geostorm”มหาพายุผสมผสานทุกประเภทที่เมื่อเริ่มต้นแล้วจะกลายเป็นหายนะระดับโลกที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ แม้แต่ Dutch Boy เองก็จะไม่สามารถควบคุมมันได้ หากเข้าสู่จุดที่ไม่สามารถถอยหลังได้อีก แม็กซ์ที่อยู่บนโลกเริ่มสอบสวนคู่ขนานกับพี่ชายของเขา โดยร่วมมือกับเพื่อนร่วมงาน รวมถึง ซาราห์ วิลสัน เจ้าหน้าที่ลับและยังเป็นแฟนของแม็กซ์ด้วย ทั้งสองเผชิญกับเกมการเมืองอันเข้มข้น เพราะเริ่มพบว่ามีเครือข่ายบางอย่างในรัฐบาลที่พยายามปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติของ Dutch Boy พวกเขาพบหลักฐานชี้ไปที่ผู้มีอำนาจระดับสูงที่อาจอยู่เบื้องหลังแผนการควบคุมโลกผ่านการสร้างภัยพิบัติ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างจัดระเบียบโลกใหม่ตามแบบของตน
ขณะที่การสอบสวนดำเนินไป ความจริงเริ่มเผยชัดว่ามีคนกำลังใช้ Dutch Boy เป็นอาวุธ โดยเจตนาสร้างหายนะระดับภูมิภาคเพื่อสะสมอำนาจทางการเมือง และเมื่อแผนการใหญ่เสร็จสมบูรณ์ พวกเขาจะปล่อย Geostorm เพื่อทำลายเมืองสำคัญทั่วโลก ในขณะที่ตัวเองจะรับบทเป็น “ผู้กอบกู้” และขึ้นเป็นผู้นำโลกในยุคใหม่ เมื่อเจคบนสถานีค้นพบว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ถูกใส่เข้าไปในระบบ Dutch Boy เขายิ่งมั่นใจว่ามีคนต้องการให้ระบบเสถียรภาพของดาวเทียมล่มและนำมาซึ่ง Geostorm เขาพยายามลบไวรัสและรีเซตระบบ แต่พบว่าการเข้าถึงถูกล็อกจากระยะไกล ทำให้เขารู้ว่าสาเหตุมาจากคนบนโลก ไม่ใช่บนสถานีเท่านั้น สิ่งนี้นำไปสู่การเปิดโปงแผนการของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และกลุ่มนักการเมืองที่ต้องการสร้างหายนะเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองและควบคุมโลกภายใต้ระบอบของตน
ตลอดเวลาที่บนโลกเริ่มเจอกับภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น เจคและแม็กซ์ต้องสื่อสารกันผ่านช่องทางลับเพื่อประสานภารกิจอย่างเร่งด่วน แม็กซ์ต้องหาหนทางจับกุมผู้อยู่เบื้องหลัง ขณะที่เจคต้องรีบซ่อมระบบให้กลับมาควบคุมโลกได้ ก่อนที่ Geostorm จะเริ่มต้นอย่างสมบูรณ์ เพราะหากเกิดขึ้นเมื่อไร โลกจะเข้าสู่ยุคมืดที่ไม่มีใครสามารถหยุดหายนะได้อีก ความตึงเครียดทวีขึ้นเมื่อสถานีอวกาศเริ่มเสียหายจากการก่อวินาศกรรม และมีลูกเรือบางคนต้องเสียชีวิต เจคพบว่าผู้สมรู้ร่วมคิดบนสถานีคือหนึ่งในหัวหน้าวิศวกรที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเขา เขาต้องต่อสู้ทั้งกับภัยบนสถานีที่กำลังจะล่มสลาย ความกดดันของเวลาที่เหลือน้อย และความจริงที่ว่าพี่ชายของเขากำลังเสี่ยงชีวิตในการเปิดโปงแผนการลับบนโลก
ขณะที่เวลาเข้าสู่จุดชี้ชะตา พายุระดับมหึมาเริ่มปะทะกันทั่วโลก ทั้งสึนามิที่สูงเท่าตึกระฟ้ากำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองไมอามี พายุทอร์นาโดจำนวนหลายลูกประจัญบานกันกลางเมืองใหญ่ของบราซิล และคลื่นอุณหภูมิร้อน–เย็นสุดขั้วกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วสู่ยุโรป เมฆดำก่อตัวปกคลุมแผ่นดินจนแทบไม่เหลือช่องแสง นี่คือสัญญาณว่า Geostorm ใกล้จะเริ่มทำงานเต็มรูปแบบ แม็กซ์และซาราห์ตัดสินใจทำสิ่งเสี่ยงที่สุด—ลอบบุกเข้าไปในขบวนของประธานาธิบดีเพื่อบีบบังคับให้เขาเปิดใช้งานรหัสลับที่สามารถยกเลิกคำสั่งล็อกระบบของ Dutch Boy ได้ เพราะมีเพียงประธานาธิบดีเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึงระดับสูงสุด ระหว่างนั้นเจคบนสถานีอวกาศต้องเสี่ยงชีวิตซ่อมระบบด้วยมือเพราะระบบอัตโนมัติถูกปิดทั้งหมด ท่ามกลางสถานีที่เริ่มร้อนจนไฟไหม้จากภายใน และชิ้นส่วนเริ่มหลุดออกจากโครงสร้างทีละส่วน
เมื่อแม็กซ์สามารถนำรหัสปลดล็อกมาส่งให้เจคได้ทันเวลา เจคจึงสามารถเริ่มต้นกระบวนการรีบูทระบบ Dutch Boy และลบไวรัสออก ทำให้ดาวเทียมทุกดวงกลับมาทำงานร่วมกันเพื่อหยุดยั้ง Geostorm ที่กำลังจะเริ่มในไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่ราคาที่ต้องแลกคือการเสียสละเวลาอันมีค่านาทีสุดท้ายของเขาบนสถานีที่กำลังจะระเบิดเพราะระบบหล่อเย็นล้มเหลว เจคพยายามหลบหนีด้วยยานช่วยชีวิต แต่พบว่ายานถูกทำลายทั้งหมดตั้งแต่ก่อนหน้า เมื่อเห็นว่าสถานีจะระเบิดในเวลาไม่กี่นาที เขาตัดสินใจส่งข้อความสุดท้ายถึงแม็กซ์ บอกให้ดูแลครอบครัวและใช้ชีวิตอย่างที่ควร แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังพยายามสู้เพื่อมีชีวิตรอด ในวินาทีสุดท้าย ยานอวกาศของลูกเรือที่หลบหนีออกมาก่อนวนกลับมารับเขา ทำให้เจคสามารถรอดตายลงมาบนโลกได้อย่างหวุดหวิด
ระบบ Dutch Boy กลับมาออนไลน์เต็มรูปแบบและเริ่มสกัดกั้นพายุที่กำลังก่อตัวเป็น Geostorm ทั่วโลก ภัยพิบัติค่อย ๆ สลายตัว เมฆหมุนยักษ์แยกตัวออกจากกัน คลื่นมหาศาลลดระดับลง พายุหิมะหยุดก่อตัว โลกเหมือนได้หายใจอีกครั้ง และความสงบก็เริ่มกลับคืนสู่สังคมมนุษย์ แม้ความเสียหายจะหนักหนา แต่จุดเปลี่ยนของหายนะระดับโลกก็ถูกหยุดไว้ได้สำเร็จ เจคและแม็กซ์กลับมาคืนดีอย่างสมบูรณ์หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่เกือบพรากทุกอย่างไป เจคได้รับมอบหมายให้นำทีมออกแบบ Dutch Boy รุ่นใหม่ที่ปลอดภัยกว่าเดิมและไร้ช่องโหว่ทางการเมือง เพื่อให้มันเป็นเครื่องมือของมนุษยชาติ ไม่ใช่อาวุธของผู้มีอำนาจใด ๆ อีกต่อไป โลกได้บทเรียนครั้งใหญ่ และ Dutch Boy กลายเป็นสัญลักษณ์ของทั้งความหวังและความรับผิดชอบที่มนุษย์ต้องมีต่อโลกใบนี้
รูปแบบสไตล์หนังเรื่อง Geostorm (2017) เมฆาถล่มโลก
สไตล์หนังเรื่อง Geostorm (2017) เมฆาถล่มโลก ภาพยนตร์ไซไฟทริลเลอร์ Geostorm หรือชื่อไทยว่า “เมฆาถล่มโลก” เปิดฉากขึ้นด้วยโลกยุคอนาคตอันใกล้ เมื่อสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนักจนเกิดภัยพิบัติรุนแรงไปทั่วทุกมุมโลก ทั้งคลื่นความร้อนที่เผาแผ่นดินจนแห้งผาก พายุหิมะที่ถล่มเมืองใหญ่กลางฤดูร้อน พายุหมุนที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนทำลายเมืองหลายแห่งราวกับไม่เคยมีมาก่อน โลกเผชิญกับความเสียหายที่มนุษยชาติไม่อาจรับมือได้อีกต่อไป องค์การสหประชาชาติจึงร่วมมือกันคิดค้นระบบควบคุมสภาพอากาศที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์เครือข่ายดาวเทียมยักษ์ที่ชื่อว่า “Dutch Boy” ซึ่งสามารถแทรกแซงสภาพอากาศได้โดยตรง ตั้งแต่การสกัดพายุ การขจัดความร้อน ไปจนถึงการควบคุมหายนะทางธรรมชาติที่ปกติไม่มีทางหยุดยั้งได้
สรุปรีวิวหนัง Geostorm (2017) เมฆาถล่มโลก
Geostorm (2017) เมฆาถล่มโลก หนังที่สร้างขึ้นจากแนวคิดว่า “ถ้าเราควบคุมธรรมชาติได้จริง อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อมันกลับมาทำร้ายเรา” หนังพาผู้ชมไปสำรวจโลกอนาคตที่เทคโนโลยีมีพลังระดับพระเจ้า แต่ก็สามารถกลายเป็นอาวุธร้ายแรงได้หากตกอยู่ในมือของคนที่ไม่เหมาะสม ความตื่นเต้นของเรื่องไม่ได้อยู่ที่ฉากหายนะเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความจริงเบื้องหลังระบบ Dutch Boy การหักหลัง การเมือง และการทุจริตที่แฝงตัวในทุกระดับ แก่นของเรื่องคือความสัมพันธ์ของสองพี่น้อง ที่ต้องเผชิญทั้งความขัดแย้งส่วนตัวและวิกฤตระดับโลกไปพร้อมกัน สุดท้ายพวกเขาต้องยอมรับว่าโลกจะปลอดภัยได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์เข้มแข็งพอที่จะรับผิดชอบต่อพลังที่ตนเองสร้างขึ้น และยืนหยัดเพื่อปกป้องโลกใบนี้ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน





